Local AI Automation
Local SEO

รับทำ SEO คือทำอะไรบ้าง: เจ้าของกิจการควรรู้ก่อนจ่าย

จ่ายค่า SEO มาหกเดือน รายงานสวยทุกเดือน แต่ตอบไม่ได้ว่าแก้อะไรไปบ้าง — บทความนี้เขียนเพื่อผู้จ่ายเงิน: บริการที่ซื่อสัตย์มีอะไร ถามอะไรก่อนเซ็น และเดินออกเมื่อเห็นอะไร

Piyabhum Sornpaisarn2 min read
Share

รับทำ SEO คือทำอะไรบ้าง: เจ้าของกิจการควรรู้ก่อนจ่าย

เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ในบางนาจ่ายค่ารับทำ SEO เดือนละหนึ่งหมื่นห้า หกเดือนผ่านไป รายงาน PDF สวยมาทุกเดือน กราฟขึ้นทุกหน้า แต่พอถามคำถามเดียวว่า "เดือนนี้แก้อะไรตรงไหนไปบ้าง" — ตอบไม่ได้สักอย่าง โทรศัพท์เข้าร้านเท่าเดิม ลูกค้าใหม่จาก Google เท่าเดิม

ปัญหาไม่ใช่ว่า SEO ใช้ไม่ได้ ปัญหาคือคนจ่ายเงินไม่รู้ว่า "ของ" ที่ซื้อควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร บทความนี้เขียนเพื่อผู้จ่ายเงิน: บริการ SEO ที่ซื่อสัตย์มีองค์ประกอบอะไร คำถามไหนที่ต้องถามก่อนเซ็น สัญญาณเตือนอะไรที่เห็นแล้วควรเดินออก และร้านที่มีหน้าร้านจริงควรซื้อ SEO แบบไหน

Direct answer

บริการ SEO ที่ซื่อสัตย์ประกอบด้วยงานที่ระบุได้: audit ที่บอกปัญหาเฉพาะเจาะจง (หมวดหมู่ผิด ข้อมูลไม่ตรงกัน หน้าเว็บอ่อน) งานแก้ on-page ของเว็บ การดูแล Google Business Profile (รีวิว รูป โพสต์) การทำเนื้อหาตามคำค้นจริง และรายงานผลที่ผู้จ่ายเงินตรวจสอบเองได้จากข้อมูลของตัวเอง ถ้าเอเจนซี่ตอบไม่ได้ว่าเดือนนี้ "แก้อะไร" หรือการันตีอันดับ นั่นคือคำตอบแล้ว :::

ก่อนเข้าใจบริการ ต้องเข้าใจว่า SEO มีสองแบบ

สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้าน คำว่า "ทำ SEO" ถูกใช้กับสองอย่างที่คนละเรื่อง:

SEO ท้องถิ่น (Local SEO)SEO ทั่วไป (National SEO)
แข่งที่ไหนแพ็คแผนที่ + ผลค้นในย่านร้านผลค้นหาทั่วประเทศ/ทั่วโลก
งานหลักGoogle Business Profile รีวิว ข้อมูลร้าน เนื้อหาย่านเนื้อหาจำนวนมาก ลิงก์ เทคนิคเว็บ
เห็นผลสัปดาห์–ไตรมาสไตรมาส–ปีขึ้นไป
เหมาะกับใครร้านมีหน้าร้าน คลินิก ร้านอาหาร บริการถึงบ้านร้านออนไลน์ แบรนด์ขายทั่วประเทศ

ร้านที่มีหน้าร้าน "ควร" ซื้อ Local SEO เป็นหลัก — ถ้าเอเจนซี่เสนอแพ็คเกจ SEO ทั่วไปที่เน้นแค่บทความยาว ๆ ให้คีย์เวิร์ดทั่วประเทศ แต่ร้านคุณขายที่หน้าร้านในบางนา นั่นคือการซื้อสนามแข่งผิด

งานที่บริการ SEO ซื่อสัตย์ต้องมี

1. Audit ที่ระบุปัญหาเฉพาะเจาะจง

เดือนแรกของสัญญาที่ดีคือการตรวจ และผลตรวจที่ดี "ระบุชื่อ" ได้: "หมวดหมู่หลักของคุณตั้งเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป แต่คุณขายโซฟาเป็นหลัก ควรเปลี่ยน", "เบอร์บนเว็บกับเบอร์บน Facebook ไม่ตรงกัน", "ไม่มีหน้าไหนรองรับคำว่า โซฟาบางนา" — ถ้า audit ของเอเจนซี่คือ PowerPoint สิบหน้าเต็มไปด้วยคำว่า "opportunity" แต่ไม่มีชื่อปัญหาสักอัน นั่ไม่ใช่ audit นั่นคือโบรชัวร์

2. งานแก้ที่จับต้องได้ทุกเดือน

ตรวจสอบได้ว่าเดือนนี้ทำอะไร:
□ แก้ข้อมูล/หมวดหมู่ Google Business Profile อะไรไป
□ เผยแพร่เนื้อหากี่ชิ้น หน้าไหน คำค้นอะไร
□ ขอ/ตอบรีวิว จัดการอะไร
□ แก้หน้าเว็บไหน (title, เนื้อหา, ความเร็ว)
□ ผลอันดับเทียบเดือนก่อน (จุดเดิม คำเดิม)

ทุกข้อมีคำตอบที่นับเป็นรายการได้ ถ้าได้แต่คำว่า "ปรับปรุงภาพรวม" — ยังไม่มีงานเกิด

3. การดูแลโปรไฟล์ Google ของ "ร้านคุณ"

บริการท้องถิ่นที่ดีดูแล Google Business Profile ต่อเนื่อง: รูปใหม่ โพสต์อัปเดต ตอบรีวิวทุกอันด้วยภาษาของลูกค้า ปลูกถาม-ตอบ อัปเดตเวลาวันหยุด — และที่สำคัญที่สุด: โปรไฟล์ต้องเป็นของคุณ เอเจนซี่เป็นได้แค่ผู้จัดการ ใครที่สร้างโปรไฟล์ใหม่ให้โดยใช้บัญชีเขาเอง กำลังถือร้านคุณไว้เป็นตัวประกันของสัญญาต่อ

4. เนื้อหาตามคำค้นจริง ไม่ใช่ตามจำนวนสั่ง

เนื้อหาที่มีค่าคือเนื้อหาที่ตอบคำค้นที่ลูกค้าพิมพ์จริง ("โซฟาผ้า ราคา" "ร้านโซฟา ใกล้ฉัน") ไม่ใช่บทความทั่วไปเพื่อให้ครบโควตาเดือนละสี่ชิ้น ถามเอเจนซี่เสมอว่าเนื้อหาแต่ละชิ้นรองรับคำค้นคำไหน และใครเป็นคนเขียน (คนจริง หรือคัดลอกกันมา)

5. รายงานผลที่คุณตรวจสอบเองได้

รายงานที่ดีมีสามอย่าง: อันดับเทียบจุดเดิม-คำเดิม (ไม่ใช่ตัวเลขเดียว "อันดับกรุงเทพฯ"), ข้อมูลจาก Google Business Profile ของคุณเอง (โทรเข้า ขอเส้นทาง คลิกเว็บ — คุณเห็นได้เองใน dashboard), และรายการงานที่ทำไป ถ้าเอเจนซี่ไม่ยอมให้คุณเห็น dashboard ของคุณเอง นั่นคือธงแดงขนาดใหญ่

คำถามห้าข้อก่อนเซ็นสัญญา

  1. "30 วันแรกคุณจะแก้อะไร" — คำตอบที่ดีระบุหน้าและช่องได้ คำตอบที่ไม่ดีคือ "ปรับปรุงภาพลักษณ์ออนไลน์"
  2. "วัดอันดับยังไง" — ต้องตอบเป็นจุดตรวจหลายจุดรอบร้าน แยกไทย-อังกฤษ ไม่ใช่เลขเดียว
  3. "โปรไฟล์และเว็บไซต์เป็นของใคร" — ต้องเป็นของคุณทั้งหมดตั้งแต่วันแรก
  4. "โชว์ผลก่อน-หลังของลูกค้าเคสจริงหนึ่งเคส" — สองแผนที่อันดับจุดเดิม เทียบกันเห็น ๆ ถ้าหาไม่ได้แปลว่าเขาไม่เคยวัด
  5. "ทำคีย์เวิร์ดไทยกับอังกฤษยังไง" — ในกรุงเทพฯ นี่คือคำถามคัดคน: คำตอบที่ดีถือเป็นสองสนาม คำตอบที่ไม่ดีแปลว่าเขาทำแค่ภาษาเดียวแล้วเดาว่าครบ

สัญญาณเตือน: เห็นแล้วเดินออก

  • "การันตีหน้าแรก Google" — อันดับเป็นของ Google ตัดสินตามจุดยืนของคนค้น ไม่มีใครการันตีได้ ใครสัญญา คือไม่เข้าใจระบบ หรือกำลังวางแผนอะไรที่เสี่ยงโดนแบน
  • "เทคนิคลับที่ Google ไม่อยากให้รู้" — คู่มือการทำ SEO ของ Google เปิดเผยและอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ ไม่มีเทคนิคลับ มีแต่ของที่ยังไม่โดนจับ
  • รายงานเต็มไปด้วย impressions/ reach — ตัวเลยที่ตรวจไม่ได้ ใช้ผ่านเวลาได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีใครผิดหวังจนกว่าสัญญาหมด
  • แพ็คเกจลิงก์ยัดเยียด 500 เว็บไดเรกทอรี — Google ไม่สนใจส่วนใหญ่ ส่วนที่สนใจคือสแปมที่ทำร้าย
  • ราคาถูกผิดปกติต่อเนื่อง — SEO คือแรงงานคน ราคาที่ถูกมากแปลว่าเป็นระบบอัตโนมัติหรือรายงานสวย ๆ แทนงานจริง

รูปแบบราคาที่เจอบ่อย และแบบไหนเป็นธรรมกับคุณ

  • ค่า audit ครั้งเดียว (ราคาเดียวจบ) — จ่ายเพื่อ "การวินิจฉัย" ที่คุณเอาไปทำเองหรือให้ใครก็ได้ทำต่อ เหมาะเป็นการซื้อครั้งแรกถ้ายังไม่มั่นใจ เพราะเห็นทันทีว่าเอเจนซี่นั้นคิดแบบมืออาชีพหรือไม่ โดยเสี่ยงน้อยที่สุด
  • รายเดือน (retainer) — รูปแบบมาตรฐาน: ตรวจ แก้ ดูแลต่อเนื่อง รายงาน สิ่งที่ต้องได้พร้อมสัญญาคือ "รายการงานต่อเดือน" เขียนเป็นข้อ ๆ ไม่ใช่คำว่า "ดูแลภาพรวม"
  • รายสาขา — ธุรกิจหลายสาขา จ่ายต่อโปรไฟล์ที่ดูแล สมเหตุผล เพราะแต่ละสาขาเป็นสนามแข่งของตัวเอง ระวังที่เรียกเก็บรายสาขาแต่ทำงานรายเดือนแบบเดียวกันหมด

กฎการเทียบราคา: ให้แต่ละเอเจนซี่เขียนรายการงานต่อเดือนออกมา แล้วเทียบ "ราคาต่อรายการงาน" ไม่ใช่เทียบเลขหน้าปก — สองใบเสนอราคาที่พิมพ์คำว่า SEO เหมือนกัน อาจคนละเนื้อคนละหนังสือโดยสิ้นเชิง

คำถามที่พบบ่อย

จ่ายเดือนละเท่าไหร่ถือว่าปกติ

ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน — ขึ้นกับขนาดสนามแข่งและจำนวนสาขา สิ่งที่ควรเทียบคือ "งานต่อเดือน" ที่ได้รับ (จากเช็คลิสต์ข้างบน) ไม่ใช่ราคาหน้าสัญญา สองเอเจนซี่พิมพ์คำว่า SEO เหมือนกัน แต่ของหนึ่งคือตรวจ+แก้+รายงาน อีกหนึ่งคือโพสต์เดือนละสองชิ้น

ทำเองได้ไหม ไม่ต้องจ้าง

ร้านเดียวในสนามไม่หนัก ทำเองได้มาก: หมวดหมู่ รีวิว รูป โพสต์ เวลา — เรียนสัปดาห์เดียวทำได้ จ้างคุ้มเมื่อสนามแข่งหนัก หลายสาขา ต้องการเนื้อหาต่อเนื่อง หรือไม่มีเวลาทำจริงทุกเดือน และถ้าเคยทำเองมาก่อน คุณจะเป็นลูกค้าที่เอเจนซี่หลอกยากขึ้นมากเพราะรู้จักงานที่ควรได้

จะรู้ได้ยังไงว่าเริ่มได้ผลแล้ว

ดูสามที่จากข้อมูลของคุณเอง: อันดับบนแผนที่รอบร้าน (จุดเดิม คำเดิม เทียบเดือนต่อเดือน), สถิติใน Google Business Profile (โทร ขอเส้นทาง คลิกเว็บ), และแบบสอบถามง่าย ๆ ที่เคาน์เตอร์ว่าลูกค้าหาร้านมาจากไหน ถ้าสามเดือนผ่านไปทั้งสามที่เงียบ แม้รายงานจะสวยแค่ไหน ก็ถึงเวลาคุยกันให้จริงจัง

เลิกจ้างแล้วอันดับจะตกทันทีไหม

งานที่ทำถูกต้อง (หมวดหมู่ ข้อมูลร้าน เนื้อหา รีวิว) อยู่กับร้าน ไม่ใช่กับเอเจนซี่ — ตกช้า ๆ ตามการเลิกดูแล สิ่งที่หายทันทีคือของที่ยืมมา เช่น ลิงก์จากเครือข่ายของเขา หรือเนื้อหาที่เขาถือลิขสิทธิ์ อ่านสัญญาให้ชัดว่าเนื้อหาและโปรไฟล์เป็นของใครตอนเลิก — และยืนยันตั้งแต่ต้นว่าโดเมน เว็บ และโปรไฟล์ทุกอย่างขึ้นชื่อร้านคุณ


SEO ที่ซื้อถูกที่คือ "ช่างที่มาแก้บ้านให้" ไม่ใช่ "เวทมนตร์รายเดือน" — งานต้องมีชื่อ ผลต้องตรวจได้จากข้อมูลของคุณเอง และทุกอย่างที่สร้างต้องเป็นของร้าน ถามคำถามห้าข้อก่อนเซ็น แล้วคุณจะคัดเอาคนทำงานจริงออกจากคนขายกราฟได้ตั้งแต่การเจอกันครั้งแรก

ก่อนเจอเอเจนซี่คนแรก มี "ภาพก่อน" ของตัวเองไว้ก่อน: เช็คอันดับ Google Maps ร้านคุณฟรีที่ gbppeak.com/free-maps — ไม่ต้องสมัคร สแกนหลายจุดรอบร้าน เก็บไว้เทียบกับทุกรายงานที่จะได้รับต่อจากนี้

Newsletter

Get the next guide in your inbox

New articles plus the workflow files from each guide — and instant access to the free download library.

No spam. Unsubscribe anytime.

Related posts